ประวัติมหาจุฬาอาศรม

ศูนย์ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ท่ามกลางธรรมชาติแห่งขุนเขาและแมกไม้

Mahajula Asram Buddha

ความเป็นมา

มหาจุฬาอาศรมแห่งนี้ เกิดจากแรงศรัทธาของประชาชนผู้ปฏิบัติธรรม ณ สำนักธรรมวิจัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งคณะสงฆ์ไทยในวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎี กรุงเทพมหานคร และประชาชนทั่วไปได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์ซื้อที่ดินจำนวน ๗๙ ไร่ หมู่ที่ ๓ ในสมัยนั้น ปัจจุบันเลขที่ ๓๐๑ หมู่ที่ ๗ ตำพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นสวนมะพร้าวและลำไยของนางชวนชื่น ศีระวงษ์ ในนามของมูลนิธิมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๑๗ ในราคา ๓๕๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สามแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)

ต่อมาเมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๔ ทางมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการให้ทางราชการโอนเปลี่ยนชื่อโฉนดที่ดินจากมูลนิธิมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเป็น "มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย"

การจัดซื้อที่ดินเพื่อจัดตั้งเป็นศูนย์ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานแห่งนี้ เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิและมหาวิทยาลัย ได้ร่วมกันพิจารณาเห็นว่าเป็นสถานที่สงบ ร่มรื่นดี มีภูเขาป่าไม้ลำธาร และห่างไกลจากความแออัดและสิ่งรบกวนที่ก่อให้เกิดมลภาวะได้ นับว่าเป็นสถานที่เหมาะอย่างยิ่ง จึงได้จัดตั้งเป็นมหาจุฬาอาศรม ศูนย์ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

ยุคสมัยแห่งการก่อตั้ง

มหาจุฬาอาศรม ได้เกิดขึ้นในสมัยที่พระเดชพระคุณท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร ป.ธ.๙) อดีตประธานผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระพรหมคุณาภรณ์ เป็นเลขาธิการมหาจุฬาฯ พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตโต ป.ธ.๙) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระราชวรมุนี เป็นรองเลขาธิการมหาจุฬาฯ และพระเดชพระคุณพระเทพกิตติโสภณ (สมบูรณ์ สมปุณฺโณ ป.ธ.๗) เป็นผู้ช่วยเลขาธิการมหาจุฬาฯ

วัตถุประสงค์การจัดตั้ง

๑. ศูนย์ปฏิบัติธรรมพระนิสิต

เป็นศูนย์ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานของพระนิสิต มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒. ศูนย์ปฏิบัติธรรมประชาชน

เป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมของประชาชนทั่วไป

๓. ศูนย์อบรมเยาวชน

เป็นศูนย์อบรมจริยธรรมแก่เด็กและเยาวชน

๔. ศูนย์ส่งเสริมศีลธรรม

เป็นศูนย์กิจการด้านส่งเสริมศีลธรรม

๕. ศูนย์บริการวิชาการ

เป็นศูนย์บริการสถานที่สำหรับค้นคว้าด้านวิชาการของคณะอาจารย์และนิสิต

Atmosphere

ดินแดนแห่งความสงบ

"สถานที่สัปปายะ เหมาะแก่การเจริญสติและพัฒนาปัญญา"